วิธีรับมือกับคนอารมณ์ร้อน ในวันที่อากาศเมืองไทยร้อนจัด



ในทุกๆวันนั้น หากเราเป็นคนทำงาน เราจะต้องออกไปพบเจอผู้คนกันแทบทั้งวัน แล้วอากาศเมืองไทยร้อนยิ่งกว่าอะไรสะอีก แถมร้อนมากขึ้นแทบจะทุกวันๆ ยิ่งทำให้เรานั้นรู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิด ง่ายขึ้นอีก เมื่อเรารู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ออกจากบ้าน วันนั้นของเราก็คจะไม่สบอารมณ์มากนัก แล้วถ้ายิ่งต้องไปเจอกับคนที่เราต้องการจะสื่อสารแล้วเขาอารมณ์ร้อนอีก เราก็คงอยากจะระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมาตอนนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นเราควรหาวิธีรับมือกับคนอารมณ์ร้อนเอาไว้ดีกว่า

1.คุณเลือกได้ว่าต้องคุยด้วยหรือไม่

มีพี่ที่รักกันเคยสอนไว้ว่าคนที่เก่งคือคนฉลาดเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง แต่คนที่เก่งที่สุดคือคนที่รู้ว่าต้องตัดสิ่งไหนออกจากชีวิต คนข้างหน้าเราที่เหวี่ยงวีนใส่เรานี่เราจำเป็นต้องรับอารมณ์เขาไหม สิ่งที่เขาไม่พอใจเกิดจากการกระทำของเราหรือเปล่า นี่คือเรื่องที่เราแก้ไขให้เขาได้หรือไม่ ปัญหานี้เป็นของเราหรือไม่

เมื่อได้คำตอบครบแล้วว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของเรา ไม่ได้เกิดจากการกระทำของเรา และเราไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรให้ แค่ขอตัวออกมา เราไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใคร และเราจะไม่ทำอย่างนั้นกับใครเช่นกัน

2. ร้อนมาอย่าร้อนกลับ

เราดับไฟด้วยไฟไม่ได้ เมื่อเจอคนสาดอารมณ์ใส่มาถ้าเราสาดอารมณ์กลับ ไม่มีทางที่ใครจะเงียบฟังกันแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำมันรดลงไปบนกองไฟ บทสรุปหนีไม่พ้นการทะเลาะกันจำไว้ว่าคนที่นิ่งไม่ใช่คนยอมแพ้ แต่คนที่นิ่งคือคนที่มีสติเหนือกว่าอารมณ์ และเรากำลังมีตรรกะที่จะรับมือแก้ปัญหาได้ ในขณะที่คนอารมณ์ร้อนข้างหน้ากำลังมีอารมณ์เหนือสติ และกำลังทำทุกอย่างที่ขาดเหตุและผลกับเรา

3.แยกให้ออกอันไหนอารมณ์ อันไหนข้อเท็จจริง

ที่บอกให้คุณนิ่งเมื่อข้อแรก ไม่ใช่ให้นิ่งเปล่า แต่คุณต้องฉวยเอาโอกาสที่คุณยังมีสตินี้ ฟังให้มาก ฟังให้ครบ แล้วแยกออกให้ได้ว่าอันไหนคืออารมณ์ อันไหนคือข้อเท็จจริง เช่น โอ้ย นี่ถ้าสั่งงานแล้วจะเอาเลยแบบนี้ ทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวาน โอเค ปัญหาคือ เค้ามีปัญหากับ deadline ที่เราต้องการ การตอบกลับก็เอาแค่เนื้อกลับไป โอเคพี่มีปัญหากับ deadline ใช่ไหม ถ้ามันขยับไม่ได้จริง ๆ ผมช่วยอะไรพี่ได้บ้าง หรือเวลาที่ต้องการจริง ๆ มันคือเท่าไหร่ ผมจะได้เอาไปคุยกับลูกค้า เมื่อเราอยู่ในข้อเท็จจริงเป็นเกราะกันอารมณ์ เขาจะสาดคำประชดประชันมาอีกมากแค่ไหน สิ่งที่เค้าได้กลับไปก็แค่ได้ยินเสียงของตัวเอง

4. เย็นลงค่อยว่ากัน

เมื่อฟังจนจบแล้ว แยกออกแล้วว่าอันไหนอารมณ์ อันไหนข้อเท็จจริง เงียบฟังทุกอย่างจนแน่ใจว่าฟังครบถ้วนแล้ว ถ้าตอนนี้เหลือแค่คำประชดประชันต่าง ๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะพูดจนพอใจ นี่คือเวลาที่เราจะบอกอีกฝ่ายว่า เรารับรู้ปัญหาแล้ว เรารับรู้เรื่องที่ไม่พอใจแล้ว พร้อมจะฟังและแก้ไขปัญหาไหม ถ้ายังไม่พร้อมเรารอได้ เมื่อสติมากกว่าอารมณ์แล้วค่อยมาคุยกัน เพราะคุยไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไร เหมือนตะโกนคุยกับลำโพงมากกว่า Keyword สำคัญคือ ร้อนมาไม่ร้อนกลับ ตั้งใจฟังคนตรงหน้าให้ดีว่าเขาไม่พอใจอะไร แกะเปลือกคำประชดออกเราจะเจอแกนสาเหตุที่ทำให้เค้าอารมณ์ร้อนใส่ หรือสุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลย เราแค่อยู่ผิดที่ผิดทาง เค้าโมโหคนอื่นแล้วพาลมาลงที่เรา เราก็หนีออกมาซะจะได้ไม่โดนลูกหลงจนเจ็บตัวไป