อาการนอนไม่หลับ



อาการนอนไม่หลับ ลักษณะอาการแบบปกติและไม่ปกติ

       โดยปกติก็คนเราก็อาจจะนอนไม่หลับเวลาที่เรามีเรื่องเครียดเรื่องกังวล จะไม่เป็นสม่ำเสมอไม่เป็นนานและไม่มีผลกระทบมากนัก แต่เมื่อไหร่ที่มันเป็นเรื้อรังเป็นเดือนๆ หรืออาจจะไม่ถึงเดือน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตต่อการทำงาน ทำให้เบลองง ตัดสินใจไม่ค่อยถูก ทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงก็ถือว่าเป็นอาการนอนหลับที่ผิดปกติ โดยทั่วไปก็จะแบ่งได้หลายแบบถ้าแบ่งเป็นประเภทการนอนไม่หลับ ก็จะมี นอนไม่หลับตอนต้น นอนไม่หลับแบบหลับๆตื่นๆ และแบบตื่นแล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย หรือไม่ก็แบ่งตามสาเหตุว่า เป็นโรคทางกายหรือโรคทางจิตใจ หรือว่าจากยา(ยาบางชนิดที่เราใช้รักษาโรคต่างๆ) บางทีก็มีฤทธิ์กระตุ้นประสาททำให้นอนไม่หลับได้เหมือนกัน

        แต่ละคนจะต้องการการนอนไม่เท่ากัน คนต้องนอน7-8ชั่วโมง จึงจะรู้สึกสดชื่นถึงจะรู้สึกทำงานได้ บางคนนอนแค่ 4-5ชั่วโมงก็พอ เพราะฉะนั้นโดยภาพรวม จะไม่มีกำหนดแน่นอนว่าการนอนจะต้องนับเป็นจำนวนชั่วโมง จะนับว่าการหลับถ้ามันมีผลกระทบ เช่น เราอยากจะหลับแต่ต้องใช้ตั้งเป็นชั่วโมงหรือหลายชั่วโมงถึงจะหลับ หรือหลับๆตื่นๆ ทำให้เรารู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ  ก็ถือว่าเป็นอาการที่นอนไม่หลับแบบผิดปกติ

       สุขลักษณะของการนอนที่ดี ประกอบด้วย

1.การนอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ถ้าเรานอนเป็นเวลาตื่นเป็นเวลา จะทำให้สมองของเรา สามารถที่จะเซ็ตเวลาได้ แล้วพอถึงเวลานอนเราก็จะง่วงถึงเวลาตื่นเราก็จะตื่น อันดับแรกเลยเราจึงควรนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ แต่ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยปฏิบัติตาม เช่น บางทีวันทำงานต้องตื่นแต่เช้า พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์เลยนอนยาวๆ แบบนี้ก็ไม่ถูกวิธี การนอนเป็นเวลาดีที่สุด มีงานวิจัยออกมา มีการเอาคนไปทดลอง นอน8ชั่วโมงเท่ากัน อีกกลุ่มหนึ่งนอน 8ชั่วโมงแบบเป็นเวลา และอีกกลุ่มนึงนอน 8ชั่วโมงแต่นอนไม่เป็นเวลานอนกี่ทุ่มก็ได้ตามใจ พบว่า ประสิทธิภาพการทำงานของสมองแตกต่างกัน(ถ้าพูดคุยกันโดยปกติ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างเพราะเราคิดว่าเราอาจจะนอน 8ชั่วโมงพอแล้ว แต่ถ้าให้ไปคิดเลขหรือคิดวางแผน ประสิทธิภาพจะสู้คนที่นอนเป็นเวลาไม่ได้)

2.ควรทำให้ร่างกายสบายไม่ควรหิวเกินไปหรืออิ่มเกินไป เพื่อที่จะทำให้ร่างกายสบาย เพราะถ้าเราอึดอัดอาจจะทำให้เราหลับยาก รวมไปถึง สิ่งแวดล้อมถ้ามันอึดอัดเกินไป อากาศร้อนอากาศหนาวเกินไป อะไรที่ไม่พอดี เสียงดังต่างๆ จะทำให้หลับยากขึ้น 

3.ต้องหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นทั้งหลาย แม้เเต่กาแฟคาเฟอีน ชา จริงๆก็ควรหลีกเลี่ยงหรือควรจะงดไปเลย(ในอนาคต การจำแนกโรคทางจิตเวช จะจำแนกว่าการดื่มกาแฟแล้วติดเป็นโรคชนิดหนึ่ง เราอาจจะคิดว่าการดื่มกาแฟไม่เป็นไรเราดื่มกันตามปกติ แต่จริงๆแล้วมันมีผลต่อสมอง ต่อการดำรงชีวิตของเราอย่างพอสมควร) และยังมียาบางชนิดก็ทำให้เราหลับยากเหมือนกัน แต่ถ้าหากเราจำเป็น ต้องรักษาโรคหรือต้องใช้จริงๆก็เลี่ยงไม่ได้ แต่อาจส่งผลกระทบต่อการนอนทำให้มีปัญหากับการนอน หากมีปัญหาเช่นนี้อาจจะต้องปรึกษา แพทย์ที่ทำการรักษาโรคนั้นว่าควรจะปรับยาอย่างไร หรือปรับเวลาการรับประทานยา 

4.ควรจะทำให้ร่างกายเหนื่อยซักเล็กน้อย เช่นการอ่านหนังสือให้ตาล้าซักเล็กน้อย ให้เรารู้สึกว่าง่วงนอน หรือจะเป็นการออกกำลังกายในช่วงเย็น ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงใกล้ที่จะเข้านอนจนเกินไปเพราะร่างกายจะตื่นตัว

5.ถ้าวันไหนที่นอนไม่หลับหรือนอนไม่หลับไปซักระยะหนึ่งแล้ว พยายามอย่าฝืนที่จะนอน เช่น หากนอนลงหมอนไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วนอนไม่หลับให้ไปหาอะไรทำอย่างอื่นให้มันสบายใจให้พร้อมที่จะนอนก่อน เพราะอาจจะทำให้เกิดความเคยชินในวันหลังที่มานอนลงหนอนแล้วก็นอนไม่หลับ

วิธีการแยกแยะว่า การนอนไม่หลับของเราสาเหตุมาจากโรคทางกายหรือโรคทางจิตใจ

  • โรคทางกายจะส่งผลทำให้เรามีอาการไม่สบาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง กล้ามเนื้อตึงตัว อาการพวกนี้ก็จะทำให้เราหลับยากขึ้น 
  • โรคทางจิตใจหรือโรคทางจิตเวช โรคทางจิตเวชที่ส่งผลให้นอนไม่หลับที่สำคัญเลยก็คือ โรคซึมเศร้า คนปกติก็จะมีภาวะซึมเศร้าเวลาที่ เราเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่พึงพอใจหรือสูญเสีย ก็อาจจะทำให้ซึมเศร้าได้ แต่โดยทั่วไปอาการจะไม่อยู่นานเป็นอาทิตย์ ถ้าหากจิตใจซึมเศร้าเป็นอาทิตย์ขึ้นไปรู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง รวมถึงกินไม่ได้นอนไม่หลับ จะถือว่าเป็นโรคซึมเศร้า(ถ้ามีอาการของโรคซึมเศร้าลักษณะการนอนหลับ ก็คือจะตื่นเร็ว เป็นลักษณะสำคัญของคนที่นอนไม่หลับจากอาการโรคซึมเศร้า) อีกโลกหนึ่งทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการนอนไม่หลับก็คือ โรควิตกกังวล คือการที่กังวลไปทุกเรื่องกังวลเกินเหตุจนทำให้ตึงเครียดนอนไม่หลับ